19 ตุลาคม 2554

ยำปลาใบขนุน

ปลาใบขนุนนั้นจะมีเนื้อยุ่ยง่าย เวลาผสมกับเครื่องปรุงอื่นๆ ควรเคล้าให้เข้ากันเบาๆ เพื่อไม่ให้เนื้อปลาเละ

ส่วนผสมและเครื่องปรุงของยำปลาใบขนุน
เนื้อปลาใบขนุนหั่นชิ้นพอคำ 300 กรัม
เห็ดหอมสด 100 กรัม
เห็ดเข็มทอง 100 กรัม
ตะไคร้ซอย 2 ต้น
ใบมะกรูดซอย 5-6 ใบ
ข่าอ่อนซอยเป็นเส้นบาง 2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูซอย 10-15 เม็ด
พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
ใบผักชีและผักสดต่างๆตามชอบ

1 ลวกปลา เห็ดหอมสด และเห็ดเข็มทองในน้ำเดือดจนสุก ตักขึ้นพักไว้ (ลวกทีละอย่าง)
2. ผสมน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทรายเข้าด้วยกันจากนั้นใส่พริกป่นและพริกขี้หนูซอยลงไปคนให้เข้ากัน
3. ใส่ปลาใบขนุน เห็ดหอมสด เห็ดเข็มทองที่ลวกแล้วลงไป ตามด้วยตะไคร้ ใบมะกรูด และข่า เคล้าให้
เข้ากัน ตักใส่ถ้วยหรือจาน โรยใบผักชี รับประทานกับผักสดต่างๆตามชอบ

15 ตุลาคม 2554

ยำปลาช่อนทอดสมุนไพร

ยำปลาช่อนทอดสมุนไพร
เครื่องสมุนไพรถ้าเราสามารถหาได้สดๆ หรือปลูกเองได้ก็จะดีมาก เพราะกลิ่นรสและรสชาติของสมุนไพรจะยังคงอยู่และให้รสชาติที่ประทับใจอย่างมาก

ส่วนผสมและเครื่องปรุงยำปลาช่อนทอดสมุนไพร
ปลาช่อน (500 กรัม) 1 ตัว
น้ำมันพืช 4 ถ้วย
ตะไคร้ซอย 4 ต้น
หอมแดงหั่น 5 หัว
ขึ้นฉ่ายหั่นท่อนขนาด 1 นิ้ว 2 ต้น
มะม่วงเปรี้ยวสับ ½ ถ้วย
เม็ตมะม่วงหิมพานต์ทอด 1/2 ถ้วย

ส่วนผสมน้ำยำ
น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูสดคั่วโขลกหยาบ 1 ช้อนชา

1. ขอดเกล็ดปลา ผ่าท้องควักไส้ออก เคล้าเกลือ ล้างให้หมดเมีอก หั่นเป็นแว่นหนา 1.5 ซม. ส่วนหัวของปลานั้น ตัดปากออก ผ่าเป็น 4 ชิ้น ซับน้ำให้แห้ง จากนั้น ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อนจัด ใส่เนื้อปลาและหัวปลาลงทอดให้สุกเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน
2. ทำน้ำยำโดยผสม น้ำพริกเผา น้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาล เข้าด้วยกันในถ้วย คนให้น้ำตาลละลายแล้วใส่พริกสด
3. ใส่ตะไคร้ หอมแดง มะม่วงเปรี้ยว ขึ้นฉ่ายลงไปในน้ำยำ
4. จัดปลาช่อนทอดลงในจานให้สวยงามแล้วราดด้วยน้ำยำ ตักมะม่วงหิมพานต์ทอด ยำปลาช่อนทอดสมุนไพรจานนี้ก็พร้อมเสิร์ฟแล้ว


11 ตุลาคม 2554

ยำผักกาดหอมทอดกรอบ


ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับผักที่เราจะเอามายำในครั้งนี้ ก็คือ ผักกาดหอม ผักชนิดนี้ มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Lactuca sativa เป็นพืชในวงศ์ Asteraceae ลำต้นเตี้ย แต่ส่วนที่เจริญมากที่สุดคือใบ แต่ละสายพันธุ์ก็มีช่วงฤดูกาลที่เหมาะสมไม่เหมือนกัน มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียและยุโรป ประเทศจีนปลูกผักกาดหอมมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 5 ผักกาดหอมมีชื่อเรียกอื่นๆ อีกเช่น ผักสลัด ผักกาดยี พังฉ้าย เป็นต้น
เรามักจะนำใบของผักกาดหอมมาบริโภค มักใช้เป็นส่วนประกอบของสลัด แซนด์วิช แฮมเบอร์เกอร์ ทาโก้ หรือรับประทานเป็นผักสด แกล้มกับอาหารรสจัดจำพวกยำหรือลาบ สาคูไส้หมู หรือข้าวเกรียบปากหม้อ หรือแม้แต่ใช้เป็นผักตกแต่งเพื่อความสวยงาม ความต้องการใช้ผักกาดหอมของผู้บริโภคมีอยู่ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงที่มีเทศกาลงานต่าง ๆ เช่น งานปีใหม่ จะขายดีเป็นพิเศษ

คุณค่าทางโภชนาการของผักกาดหอม
ผักกาดหอม 100 กรัม ให้พลังงาน 24.00 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย โปรตีน 2 กรัม ไขมัน 0.4 กรัม คาร์โบไฮเดรต 3 กรัม แคลเซียม 16 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 39 มิลลิกรัม เหล็ก 4.9 มิลลิกรัม เบต้า-แคโรทีน 173.17 ไมโครกรัม เส้นใย 1.80 กรัม วิตามินบี1 0.06 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.18 มิลลิกรัม ไนอะซิน 0.6 มิลลิกรัม วิตามินซี 9.00 มิลลิกรัม

สรรพคุณทางยา
ผักกาดหอมมีแอนติออกซิแดนท์หลายชนิด ช่วยในการป้องกันและต่อต้านมะเร็งได้
ผักกาดหอมเป็นแหล่งรวมคลอโรฟิลล์และวิตามิน เค
ผักกาดหอมเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะมีแคลอรี่ต่ำ
ผักกาดหอมเป็นแหล่งของธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงโลหิต บำรุงสมองและระบบประสาท
หากทานผักกาดหอม รวมกับแครอทและผักขมจะช่วยบำรุงสีของเส้นผมให้สวยงาม
เมื่อเราพอทราบถึงลักษณะและคุณค่าของผักกาดหอมพอหอมปากหอมคอแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะมาดูส่วนผสมและวิธีการทำยำผักกาดหอมทอดกรอบกัน

ส่วนผสมและเครื่องปรุงยำผักกาดหอมทอดกรอบ
กุ้งแชบ๊วยแกะเปลือกเด็ดหัวไว้หางผ่าหลัง 6 ตัว
เนื้อหมูสับรวนสุก 1/4 ถ้วย
น้ำมันพืช 3 ถ้วย
ผักกาตหอมเด็ดใบ 2 ต้น

การทำน้ำยำ
น้ำพริกเผา 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
กระปิ 1 ½ ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลป 7 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
หัวกะทิ 3 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูสับหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ

การทำแป้งชุบทอด
แป้งทอดกรอบ 1/4 ถ้วย
แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วย
เกลือสมุทร 1/4 ช้อนชา
น้ำเย็นจัด 1/2 ถ้วย


1. ลวกกุ้งในหม้อน้ำเดีอดด้วยไฟกลางจนสุก ตักใส่อ่างน้ำเย็น
2. ทำน้ำยำโดยผสมน้ำพริกเผา น้ำตาล น้ำปลา น้ำมะนาว และหัวกะทิ เข้าด้วยกันในถ้วยคนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย ใส่พริกขี้หนู กุ้งลวก และเนื้อหมูรวน คนพอทั่ว ชิมรสให้เปรี้ยวหวานเค็ม ตามชอบ
3. ทำแป้งชุบทอดโดยผสมแป้งทอดกรอบ แป้งข้าวเจ้า เกลือ เเละน้ำเย็น ในอ่างผสม คนด้วยตะกร้อจนเข้ากันดีและแป้งไม่จับตัวเป็นเม็ด นำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาจนส่วนผสมเย็นจัด
4. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อนจัด ใส่ผักกาดหอมลงชุบแป้งให้ทั่ว ใส่ลงทอดจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน
5. จัดผักกาดหอมทอดใส่จาน ราดน้ำยำ เสิร์ฟ หรือตักน้ำยำใส่ถ้วยเเยกต่างหาก


14 กันยายน 2554

สูตรยำทวาย

สูตรยำทวาย
สูตรยำทวาย
สูตรยำสูตรนี้ จะมีขั้นตอนหลายขั้นตอน คือ ต้องทำน้ำพริกแกง น้ำยำ เครื่องยำ แต่เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะได้ยำ ที่อร่อยและน่ารับประทานทีเดียว

ส่วนผสมน้ำพริกแกงสูตรยำทวาย
พริกชี้ฟ้าแห้ง 9เม็ด
หอมเล็กซอย ¼ ถ้วย
กระเทียมซอย ¼ ถ้วย
ข่าแก่ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
ผิวมะกรูดซอย 1 ช้อนชา
รากผักชีซอย 1 ช้อนชา
กะปิเผา 1 ช้อนชา
พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
ปลาช่อนแห้งรมควันแกะเอาแต่เนื้อ ½ ถ้วย

วิธีทำน้ำพริกแกง
โขลกส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน จะได้น้ำพริกแกงประมาณ 1 ถ้วย

ส่วนผสมของน้ำยำสูตรยำทวาย
หัวกะทิ 2 ½ ถ้วย
น้ำพริกแกง 1 ถ้วย
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำยำสูตรยำทวาย
เคี่ยวหัวกะทิกับน้ำพริกแกงเข้าด้วยกัน ตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยวจนกะทิแตกมัน ปรุงรสด้วย น้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ ชิมรสตามชอบ

ส่วนผสมของสูตรยำทวาย
เนื้อไก่ต้มสุกฉีกเป็นเส้น 1 ถ้วย
ต้นผักบุ้งซอยเป็นเส้น ½ ถ้วย
ถั่วงอกเด็ดหาง ½ ถ้วย
ถั่วฝักยาวหั่นเป็นท่อนสั้น ½ ถ้วย
พริกหยวกหั่นเป็นเส้นยาว ½ ถ้วย
หัวปลีหั่นเป็นเส้นยาว ½ ถ้วย
หางกะทิ 4 ถ้วย
หัวกะทิเคี่ยวจนแตกมัน ½ ถ้วย
มะพร้าวคั่ว ¼ ถ้วย
งาขาวคั่ว
หอมเล็กเจียว
น้ำยำตามชอบ

นำหางกะทิตั้งไฟให้เดือด จากนั้นใส่ผักบุ้ง ถั่วงอก ถั่วฝักยาว พริกหยวก และหัวปลีลงไป ลวกทีละอย่างจนสุก จัดผักลวกและไก่ต้มลงจานราดด้วยหัวกะทิแล้วโรยหน้าด้วยหอมเล็กเจียว มะพร้าวคั่ว และงาขาว

11 กันยายน 2554

ยำไข่มดแดง

ยำไข่มดแดง
ส่วนผสมและเครื่องปรุงของยำไข่มดแดง
ไข่มดแดง 1 ถ้วยตวง
หอมแดงซอย 4 ช้อนโต๊ะ
ผักชีฝรั่งหั่นฝอย 3 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูบดหยาบ 5 เม็ด
ต้นหอมหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลาดี 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำยำไข่มดแดง
1. ล้างไข่มดแดงให้สะอาด ใส่กระชอนผึ่งให้สะเด็ดน้ำ
2. ผสมน้ำมะนาว น้ำปลา พริกขี้หนู ให้เข้ากัน น้ำไปเคล้ากับไข่มดแดง ใส่หอมแดงซอย ต้นหอม ผักชีฝรั่ง เคล้าให้เข้ากัน จัดยำไข่มดแดงใส่จาน รับประทานกับผักสด


ยำไข่มดแดง



27 สิงหาคม 2554

สูตรยำสาหร่ายแก้ว

สูตรยำสาหร่ายแก้ว
สูตรยำสาหร่ายแก้ว
ปลาหมึกกล้วยบั้งตาตารางหั่นชิ้น 150 กรัม
กุ้งแชบ๊วยแกะเปลือกผ่าหลังไว้หาง 6 ตัว
สาหร่ายแก้ว 200 กรัม
เนื้อหมูสับรวนสุก 1/4 ถ้วย
หอมแดงซอย 6 หัว
มะเขือเทศหันเสี้ยว 1 ลูก
แครอทหั่นเส้น 1/4 ถ้วย
ขึ้นฉ่ายหั่นท่อนขนาด 1 นิ้ว 3 ต้น
ผักสดมี ผักกาดแก้ว ผักกาดเขียว
น้ำยำสำหรับสูตรยำสาหร่ายแก้ว
น้ำมะนาว น้ำปลา อย่างละ 1/4 ถ้วย
เกลือสมุทร 1/4 ช้อนซา
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
น้ำตาลปี้บ 2 ช้อนชา
พริกขี้หนูสีเขียวและแดงสับ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมแกะเปลือกสับ 11/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำยำสูตรสาหร่ายแก้ว
1. ทำน้ำยำโดยผสมน้ำมะนาว น้ำปลา เกลือ น้ำตาลทราย และน้ำตาลปี๊บ เข้าด้วยกันในถ้วย
คนให้ละลาย ใล่พริกขี้หนู และกระเทียม คนให้ทั่ว ชิมรสให้เปรี้ยวเค็มหวาน
2. ลวกปลาหมึกและกุ้งในหม้อน้ำเดือดด้วยไฟกลางพอสุก ตักขึ้นล้างน้ำเย็น จากนั้นลวกสาหร่ายแก้ว แล้วรีบตักขึ้นทันที ใส่ตะแกรง ล้างน้ำเย็น พักให้สะเด็ดน้ำ
3. ใส่สาหร่ายแก้วลงในอ่างผลม ใส่ปลาหมึก กุ้ง หมูสับรวน หอมแดง มะเขือเทศ แครอท และ
ขึ้นฉ่าย ราดน้ำยำ เคล้าให้เข้ากัน
4. ตักยำสาหร่ายแก้วใส่จาน เลิร์ฟกับผักสด ซึ่งจะเห็นว่า สูตรยำจานนี้ทำได้ไม่ยากเลย

25 สิงหาคม 2554

สูตรยำหมูกรอบ

ส่วนผสมของสูตรยำหมูกรอบ
เนื้อหมูสามชั้น 500 กรัม
เกลือสมุทร 2 ช้อนชา
สูตรยำหมูกรอบ
น้ำมันพืช 4 ถ้วย
ตะไคร้ซอย 5 ต้น
หอมแดงซอย 6 หัว
พริกขี้หนูแดงบดหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูแห้งคั่วโขลกหยาบ 1 ช้อนชา
ต้นหอมหั่นท่อนขนาด 1 ซม. 2 ต้น
ขึ้นฉ่ายหั่นท่อนขนาด 1 ซม. 2 ต้น

สูตรน้ำยำสำหรับยำหมูกรอบ
น้ำปลา 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำยำหมูกรอบ
1. ทำหมูกรอบโดยเคล้าเนื้อหมูสามชั้นกับเกลือ ใช้ส้อมแทงหนังหมูให้ทั่ว น้ำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซนเซียสนาน 50 นาที อบให้หนังหมูสุกเหลือง และไล่น้ำมันออก จากนั้นตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อนจัด ใส่หมูกรอบทั้งชั้นลงทอดให้หนังหมูพองเหลือง ตักขึ้นพักให้เย็น หั่นเนี้อหมูที่ทอดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาด 1/2 นิ้ว นำไปทอดอีกครั้งจนกรอบ และตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน
2. ทำน้ำยำโดยผลมน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาล เข้าด้วยกันในถ้วย คนให้น้ำตาลละลายชิมรสให้เปรี้ยว เค็มหวานเล็กน้อย
3. ใส่หมูกรอบทอดครึ่งหนึ่งในอ่างผสม (หมูกรอบที่เหลือยำได้อีก 1 จาน) ใส่ตะไคร้ หอมแดงพริกขี้หนูบด พริกแห้งคั่วโขลก ต้นหอม และขึ้นฉ่าย ราดน้ำยำ เคล้าให้เข้ากัน ชิมรสให้เปรี้ยว เค็ม เผ็ด
4. ตักยำหมูกรอบใส่จาน เสิร์ฟ